ใกล้วันพ่อเข้าไปอีกวันแล้วล่ะ วันพ่อมีแค่วันเดียวในจำนวน 365 วัน คงไม่ว่ากันนะถ้าจะเล่าเรื่องพ่อให้ฟังอีกสักวัน
พ่อเขาอายุเลยหลักสี่มาเยอะแล้ว จะถึงหลักหกอยู่ร่อมร่อ เขามีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทของชาวญี่ปุ่นในตำแหน่งระดับผู้จัดการฝ่าย ตอนที่อยู่ด้วยกันเราก็เห็นพ่อทำงานแบบทุ่มเทบ้านช่องไม่กลับบางทีหายไปเลย 3 วัน 3 คืน เวลางานที่บริษัทเร่งๆ ยังเคยถามเขาว่านี่เรามีหุ้นอยู่ในบริษัทนี้ป่าวพ่อ? แต่ความเป็นจริงเราก็คาดเดาได้จากการรับรู้ที่เคยได้คุยกับพ่อเรื่อยๆ เกี่ยวกับที่ทำงานว่า งานที่เขาทำค่อนข้างจะกดดัน เพราะเขาเป็นผู้บริหารคนเดียวที่เป็นคนไทย มันจึงมีเรื่องของการเมืองในที่ทำงานเข้ามาเกี่ยวข้อง
ญี่ปุ่นเป็นชาตินิยม เขามักที่จะส่งคนเข้ามาเรียนรู้งานจากพ่อเสมอๆ เพราะพ่อเป็นนักเรียนทุนญี่ปุ่นระดับแนวหน้า พ่อก็เก่งในวิชาชีพของเขา เก่งมาก เรายืนยันได้เลย
แต่ก็ไม่รู้เพราะอะไรคนที่ถูกส่งมาเรียนงานกับพ่อ มักจะทำตัวเสมือนว่าเขาเก่งกว่าเขารู้มากกว่า แล้วที่แย่กว่านั้นเขาก็มักจะเข้าข้างกันอยู่เสมอๆ เราว่าพ่อคงจะคิดว่า "มึงไม่อยากเรียน ก็บอก จะได้ไม่ต้องสอน ลำบากนักก็ไม่รู้จะมาเรียนทำม๊ายย..." แต่พ่อไม่ใช่เรา คำพูดนี้เลยไม่ได้พุ่งผ่านปากออกไป
บางครั้งคนที่เรียนงานเมื่อไปทำงานจริง ก็ทำพลาด เมื่อพลาดเขาก็โบ้ยมาทางพ่อว่าไม่ได้สอน ห่วงวิชา ว่าเข้าไปนั่น
มันเลยกลายเป็นหนึ่งในหลายๆ สาเหตุที่ทำให้พ่อมักจะเครียดอยู่เสมอๆ ยังไม่นับรวมคนไทยด้วยกันที่คอยจะแทงข้างหลัง เลียนายญี่ปุ่นจนน่าเกลียด หวังจะขึ้นมาแทนที่ในตำแหน่งของพ่อ โอ้...พระเจ้าช่วย ความเครียดทำให้พ่อต้องระวังตัว เก็บกด ดื่มจัด สูบบุหรี่ ขี้โมโห นานวันเข้ามันก็สั่งสมจนในที่สุดมันก็มา
โรคเบาหวาน สมบัติตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากปู่มาสู่พ่อ จากพ่อมาสู่เรา(หมอบอกว่าเรามีแนวโน้ม แต่เรารู้ตัวก่อน เบาหวานไม่ได้แอ้มเราหรอก ทุกวันนี้กินน้ำตาลนับเม็ดได้) โรคความดันโลหิตสูง คลอเรสโตรอลก็สูงที่สุดก็ต้องกินยาควบคุมไม่ให้มันสูงเกินปกติ จนหมอก็ออกปากเตือนให้ระวังอยู่เสมอ แต่พ่อเขาก็คิดว่าเขาแข็งแรง คงไม่เป็นไรง่ายๆ ความประมาททำให้เขาก็ยังคงรักษาพฤติกรรมเดิมๆ คิดแต่ว่างานคือชีวิต ไม่ทำงานก็ต้องตาย ไม่มีอะไรกิน สิ่งเหล่านี้มันคือพื้นฐานที่ทำให้พ่อเกือบจะไม่ได้อยู่กับเราอย่างทุกวันนี้
วันดีคืนร้ายของพ่อก็มาถึง พ่อถูกย้ายงานไปทำตำแหน่งที่พ่อบอกว่าเสียดายความสามารถไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถอะไรเลย จริงอยู่ว่ามันอาจจะสบายไม่ต้องทำอะไร แต่บางทีมันก็สร้างความหวั่นใจได้เหมือนกัน พ่อเองก็คงรู้สึกอย่างนั้น แต่เขาก็พยายามสนุกกับงานที่ได้รับมอบหมาย แต่ก็อีกนั้นแหละวิบากกรรมของเขายังไม่หมด เขาโดนสอบสวนว่าทุจริตในการสอบสัมภาษณ์, และโดนข้อหามีเพศสัมพันธ์กับพนักงาน แถมมีพยานเสียด้วยนะ ตอนนั้นเล่นเอาเครียดกันทั้งบ้าน
แต่มันก็ผ่านพ้นมาได้ แม้จะยากลำบาก แต่ความจริงมันก็คือความจริง ช่วงที่พ่อโดนข้อหาเรื่องผู้หญิงเนี่ย แม่เราตลกมาก วิ่งเต้นจนท้ายๆ ร่ำๆ จะกลายเป็นหมอผีไปแล้ว ดีนะที่เรื่องมันจบไปเสียก่อน
วันดีคืนร้ายของพ่อผ่านไปไม่นาน มันคงนึกได้ เลยย้อนกลับมาอีก คราวนี้มันมาตอนที่พ่อกำลังอาบน้ำ จู่ๆ เขาก็เกิดเจ็บแปล็บที่หัวใจขึ้นมา ความเจ็บร้าวมันทำให้ชาไปทั้งแขนด้านซ้าย ลมหายใจเริ่มติดขัด พ่อค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่ง เพื่อตั้งสติ พร้อมๆ กับรู้สึกว่าเหงื่อออกราวกับออกกำลังกายมาอย่างหนัก เขารู้สึกได้ทั้งๆ ที่กำลังตัวเปียกอยู่ใต้ฝักบัวแท้ๆ
หลังจากวันนั้นพ่อก็ไม่ยอมไปหาหมอ และไม่ยอมบอกใคร ที่ไม่ยอมไปหาหมอเพราะกลัวหมอบอกว่าตัวเองไม่สบายและกลัวการผ่าตัด พูดง่ายๆ ก็กลัวตายนั่นแหละ ส่วนที่ไม่บอกใครเพราะกลัวว่าคนอื่นเขาจะเป็นห่วง พ่อก็ได้แต่หายาสมุนไพรมากินเอง แต่มันก็ไม่สามารถช่วยได้ จนเขาทนไม่ไหวต้องไปพบแพทย์ในที่สุด
อาหมอเพื่อนพ่อก็ให้ยามาทานเพื่อขอดูอาการบางอย่างโดยที่ยังไม่บอกใคร ที่สุดแล้วอาหมอก็บอกว่าพ่อต้องสวนหัวใจหลังจากตรวจสอบคลื่นหัวใจเป็นที่เรียบร้อย
อาหมอบอกให้พ่อเตรียมตัวจัดของนอนโรงพยาบาลได้เลย เพราะต้องรีบผ่าตัดเป็นการด่วนในวันรุ่งขึ้น
ตอนนี้พ่อเริ่มรู้แล้วว่าเครื่องดื่มประเภทอัลกอฮอล์นั้นไม่ดีต่อสุขภาพ (555) หันไปดื่มน้ำเสาวรสแทน แล้วเข้านอน
สักประมาณ 6 ทุ่มของคืนวันนั้น พ่อเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก จนต้องลุกขึ้นมานั่งอยู่คนเดียวในความมืด แต่แม่ก็รู้สึกตัวและหายามาให้ทาน เป็นอย่างนี้ถึง 2 ครั้ง จนแม่เริ่มวิตกเลยโทรไปถามอาหมอ มันเป็นอาการช็อคและต้องรีบไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย เพราะอาการแบบนี้ต้องอยู่ในความดูแลของคณะพยาบาลแล้ว
ทันทีที่เข้าโรงพยาบาลพ่อก็ถูกสั่งห้ามอาหารเพื่อเตรียมรับการผ่าตัด
เมื่อถึงตอนเช้า พ่อถูกนำเข้าห้องผ่าตัดความรู้กลัวก็เริ่มกัดกินหัวใจพ่อทีละน้อยๆ ในขณะที่พ่อนอนอยู่คนเดียวในห้องผ่าตัด รอบตัวพ่อไม่มีใครแม้แต่สักคน มีเพียงอากาศเย็นจัด ที่ชวนให้ขนใต้ชุดคนไข้บางๆ ได้ลุกเกรียว กับมีเพียงอุปกรณ์นานาชนิดในห้องผ่าตัด ซึ่งตอนนี้พ่อไม่มองมันเป็นเพียงแค่อุปกรณ์อีกต่อไป พ่อกลับรู้สึกชิงชังราวกับมันเป็นศัตรู สักครู่เจ้าหน้าที่ก็ค่อยๆ ทะยอยเดินเข้ามาให้ห้องเพื่อเตรียมเครื่องมือ แม้จะมีคนเพิ่มเข้ามาในห้องอันหนาวเย็น แต่กลับไม่มีเสียงอื่นใดนอกจากเสียงเคร้งคร้างของอุปกรณ์ที่กระทบกัน...
dFLY link
คลังบทความของบล็อก
นิตยสารที่เป็นผู้นำเทรนด์ด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ นิตยสาร dFLY ได้นำเสนอเนื้อหาที่ดีที่สุดและทันสมัยที่สุดทั้งในด้านท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ อาทิ ด้านอาหาร, ช้อปปิ้ง, สปา, ที่พัก, การออกแบบ แฟชั่น ทั้งหมดเหล่านี้รวมเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญให้กับผู้อ่านในการมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการออกท่องเที่ยว-ผจญภัย ออกวางแผงเดือนเว้นเดือน
วันจันทร์ที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น